เทคนิคการบัดกรี (Soldering)
ห่างหายกันไปนานจากการเข้ามาเขียนบทความจนได้มีพี่ๆน้องๆ Mailมาให้ช่วยเพิ่มเติมเนื้อหาของ เทคนิคการบัดกรี ซึ่งจะว่าไปแล้วเทคนิคการบัดกรีนั้นเป็นพื้นฐานของอิเล็กทรอนิกส์ก้อว่าได้ เพราะในโลกแห่งอิเล็กทรอนิกส์นี้ คงไม่มีใครหนีพ้นการบัดกรีพ้น แม้แต่คนนอกวงการก็เถอะ ก็ยังต้องเจอการบัดกรี (เช่น พวกทำท่อราง น้ำ หรือปะผุถังเหล็ก) การบัดกรีก็มีมาน้านนานแล้ว แต่ว่าจะมีซักกี่คนที่รู้ถึงเคล็ดลับอันสุดยอดนี้
ไม่ว่า ใครจะทำวงจรอะไรก็ตามที่จะต้องมีอุปกรณ์มากกว่า 1 ตัวขึ้นไป ก็ต้องอาศัยการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกันซึ่งก็มีอยู่หลายวิธี เช่น เอาขาอุปกรณ์มาพัน , ใช้ลูกเต๋าต่อสายไฟ และสุดท้ายใช้วิธีบัดกรี ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมที่สุดเพราะมีความแน่นหนา และมีอายุการใช้งานมากที่สุด
วงจรอิเล็กทรอนิกส์ หนึ่งวงจรนั้นจะต้องประกอบไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ มากมายหลากหลายชนิด เช่น ตัวต้านทาน,ตัวเก็บประจุ,ไดโอด,ทรานซิสเตอร์ ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้จะเป็นอุปกรณ์ที่จะต้องต่อกันอยู่กับแผงวงจรโดยที่ขาของตัวอุปกรณ์จะต้องต่อถึงกันเพื่อให้ครบวงจร ซึ่งถ้าหากจุดบัดกรีของเราติดกันไม่สนิท หรือใช้ปริมาณตะกั่วบัดกรีน้อยหรือมากจนเกินไปในการบัดกรี จะเป็นสาเหตุให้วงจรของเราทำงานผิดพลาดและก่อให้เกิดความเสียหายต่อวงจรอิเล็กทรอนิกส์โดยรวมของเราได้ ?ซึ่งพื้นฐานเหล่านี้มีความสำคัญมากสำหรับช่างอิเล็กทรอนิกส์
การบัดกรีเป็นทักษะที่สามารถพัฒนาได้โดยการฝึกปฏิบัติและการมีความรู้ที่ถูกต้องซึ่งการบัดกรีเป็นการประสานส่วนที่เป็นโลหะ 2 ส่วน เข้าด้วยกันโดยการให้ความร้อน และใช้ตะกั่วบัดกรีเป็นตัวประสาน ซึ่งความร้อนที่ใช้ในการหลอมละลายนั้นจะได้จากหัวแร้ง และต้องมีอุณหภูมิสูงเพียงพอที่จะทำให้ตะกั่วบัดกรีหลอมละลายกลายเป็นของเหลว แล้วไหลไปประสานยังผิวของโลหะที่ต้องการบัดกรีให้ติดกัน หลังจากนำเอาหัวแร้งบัดกรีออกจากจุดที่ทำการบัดกรีแล้วตะกั่วบัดกรีก็จะเย็นตัวลงแล้วเกิดการแข็งตัวลง ซึ่งการบัดกรีของโลหะทั้งสองเข้าด้วยกันจะเป็นการเชื่อมต่อกันทางโครงสร้างและทางไฟฟ้า
หัวแร้งบัดกรีจะแบ่งตามอัตรากำลังไฟฟ้าที่หัวแร้งบัดกรีแต่ละขนาดใช้ หรืออาจจะหมายความถึงความสิ้นเปลืองกำลังไฟฟ้าของหัวแร้งบัดกรีนั่นเอง นอกจากนั้นอัตรากำลังไฟฟ้าของหัวแร้งบัดกรียังแสดงถึงปริมาณความร้อนที่สามารถแพร่กระจายออกมาจากหัวแร้งบัดกรีได้อีกด้วย การนำหัวแร้งบัดกรีมาสัมผัสยังจุดที่จุดบัดกรี จะทำให้ความร้อนจากหัวแร้งบัดกรีส่งผ่านไปยังชิ้นงานที่สัมผัสอยู่ ดังนั้น ถ้าเป็นจุดบัดกรีขนาดใหญ่ก็จำเป็นที่ต้องใช้หัวแร้งบัดกรีที่มีอัตรากำลังไฟฟ้าสูงๆด้วย สำหรับการบัดกรีชิ้นงานทางด้านอิเล็กทรอนิกส์นั้น นิยมใช้หัวแร้งบัดกรีแบบดินสอที่มีอัตรากำลังไฟฟ้าสูงกว่า 25 ถึง 60 W
สำหรับปลายของหัวแร้งบัดกรีจะมีรูปร่างและขนาดที่แตกต่างกัน ส่วนการที่จะเลือกแบบใดนั้นวรพิจารณาความเหมาะสมในการส่งผ่านความร้อนไปยังจุดที่ต้องการบัดกรีให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับอุปกรณ์หรือขั้วต่อของแผ่นวงจรจากได้รับความร้อนที่มากเกินไป
การใช้งานหัวแร้งบัดกรีบ่อยๆอาจจะทำให้มีสิ่งสกปรกมาเกาะหรือเกิดออกไซด์ขึ้นที่ส่วนปลายที่หัวแร้งบัดกรี ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ดังนั้น จึงควรทำความสะอาดปลายของหัวแร้งบัดกรีอยู่เสมอ โดยการนำเอาไปเช็ดกับฟองน้ำที่เปียกพอหมาดๆ และเนื่องจากปลายของหัวแร้งตะกั่วบัดกรีโดยทั่วไปทำมาจากโลหะจำพวกทองแดงที่ผ่านการชุบด้วยเหล็กหรือนิเกิล ดังนั้นจึงไม่ควรทำความสะอาดด้วยการตะไบผิวเพราะจะทำให้โลหะที่เคลือบอยู่หลุดออกไป
หลังจากที่ทำความสะอาดเสร็จแล้วควรนำตะกั่วบัดกรีมาหลอมละลายหุ้มส่วนปลายของหัวแร้งอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งการปฏิบัติเช่นนี้จะเป็นการทให้ฟลั๊กของตะกั่วบัดกรีหลอมละลายเคลือบส่วนปลายของหัวแร้งไว้อีกชั้นหนึ่ง เป็นการป้องกันไม่ให้ส่วนปลายของหัวแร้งเกิดปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่น กับอากาศซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสนิม และเกิดการผุกร่อน นอกจากนั้นยังช่วยให้การส่งผ่านความร้อนจากส่วนปลายของหัวแร้งไปยังที่จุดที่ต้องการบัดกรีได้ดี
ยิ่งขึ้น